บริษัทฯซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และและมีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน ห้าล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2554 บริษัทฯมีกำไรสุทธิรวม จำนวน10,000,000 บาท เป็นกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 6,000,000 บาท และมีกำไรสุทธิของกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 4,000,000 บาท ซึ่งบริษัทฯได้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยนำเฉพาะกำไรสุทธิของกิจการที่ต้องเสียภาษี(กิจการที่ไม่ได้รับBOI จำนวน 4,000,000 บาท) มาคูณอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5,000,000 บาท (กิจการ SMEs) ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 471) พ.ศ.2551 บริษัทฯจึงอยากทราบว่า การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่

          กรณีบริษัทฯ  ซึ่งประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนและกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน กำไรสุทธิของกิจการที่ไม่ได้รับส่งเสริมการลงทุนก็ย่อมได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล  ซึ่งบริษัทฯจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าว  กรณีผลการดำเนินงานของทั้งสองกิจการต่างมีกำไรสุทธิ ซึ่งการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล  จึงต้องนำกำไรสุทธิของบริษัททุกกิจการมารวมเป็นจำนวนเดียว  จึงไม่อาจที่จะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาฯ(ฉบับที่ 471) พ.ศ.2551  สำหรับกำไรสุทธิของกิจการหนึ่งกิจการใดก่อนได้  ดังนั้น การใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ(ฉบับที่ 471) พ.ศ.2551   จึงต้องเฉลี่ยกำไรสุทธิตามสัดส่วนของกำไรสุทธิที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุนฯและกิจการที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล  ดังนี้ อัตราภาษี   กำไร( BOI)  คำนวณภาษี  กำไร ( NON-BOI)  คำนวณภาษี  กำไรรวม     6,000,000     4,000,000     10,000,000   สัดส่วนกำไร   60%     40%     100%   ยกเว้น 150,000   90,000     60,000     150,000   850,000*15%   510,000   76,500   340,000   51,000   850,000   2,000,000*25%   1,200,000   300,000   800,000   200,000   2,000,000   7,000,000*30%   4,200,000   2,100,000   2,800,000   840,000  
บริษัทฯซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และและมีทุนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน ห้าล้านบาท ในรอบระยะเวลาบัญชี ปี 2554 บริษัทฯมีกำไรสุทธิรวม จำนวน10,000,000 บาท เป็นกำไรสุทธิของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 6,000,000 บาท และมีกำไรสุทธิของกิจการที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 4,000,000 บาท ซึ่งบริษัทฯได้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยนำเฉพาะกำไรสุทธิของกิจการที่ต้องเสียภาษี(กิจการที่ไม่ได้รับBOI จำนวน 4,000,000 บาท) มาคูณอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5,000,000 บาท (กิจการ SMEs) ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 471) พ.ศ.2551 บริษัทฯจึงอยากทราบว่า การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทฯ ถูกต้องหรือไม่
ลดน้ำตาลในเลือดด้วยสมุนไพรเหล่านี้ อุทยานเมืองเก่าพิจิตร