บริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ได้ทำการยืมใบหุ้นจากบริษัท A จำกัด (มหาชน), บริษัท B จำกัด และนาย ก เพื่อค้ำประกันการกู้ยืมเงินจากธนาคาร และนำเงินดังกล่าวมาให้บริษัทแม่กู้ยืม ต่อมาบริษัทแม่และบริษัท ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ บริษัทมีภาษีซื้อที่เกิดจากค่าธรรมเนียมในการยืมใบหุ้น ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูกิจการ ค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย ค่าแปลเอกสาร และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาคารที่เช่า โดยบริษัทได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 เครดิตภาษีซื้อมาโดยตลอดและขอคืนเงินภาษีเป็นเงินสดในเดือนภาษีพฤษภาคม 2546 ถามว่าภาษีซื้อดังกล่าวบริษัทสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่

ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มขอคืนไม่ได้

คณะบุคคลทำสัญญาให้เช่าที่ดิน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 มีกำหนดเวลาเช่า 20 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2546 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ผู้เช่าชำระเงินกินเปล่าแก่ผู้ให้เช่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2545 และตกลงชำระค่าเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 5 ของทุกๆ เดือน คณะบุคคลมิได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินกินเปล่าในปีที่ได้รับเงิน โดยนำเงินกินเปล่าดังกล่าวไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 ปีภาษี 2546 - 2565 รวม 20 ฉบับ และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2546 จำนวน 1 ฉบับ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉลี่ยเงินกินเปล่าตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่าได้หรือไม่

ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 ไม่ได้

นาง ก. ขายที่ดิน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547 ให้แก่นาย ค. โดยที่ดินแปลงดังกล่าวเดิมเป็นสิทธิครอบครองของนาย ข. บิดาของนาง ก. ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2534 ผู้ตายมีทายาท 5 คน และไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2546 ทายาทของนาย ข. ได้ทำบันทึกถ้อยคำให้ไว้กับเจ้าพนักงานที่ดินว่า ให้นาง ก. เป็นผู้รับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าว หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ทายาทของนาย ข. โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นาง ก. การนับจำนวนปีถือครองที่ดินเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะต้องเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด

การนับจำนวนปีถือครอง กรณีทายาทขายที่ดินที่ได้รับโอนจากทายาทคนอื่นๆ

บริษัท ส. ประกอบกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศ โดย เรือ ส. ซึ่งเป็นเรือสัญชาติไทยที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมพาณิชย์นาวี ได้ประสบอุบัติเหตุจมลงที่ต่างประเทศ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2546 โดยจมอยู่ในทะเลลึก บริษัทไม่ได้กู้เรือดังกล่าวขึ้นมาเนื่องจากไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย ซึ่งขณะนี้บริษัทดำเนินการขอรับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายจากบริษัทประกันภัยที่เป็นนิติบุคคลในต่างประเทศ โดยบริษัทจะจัดซื้อเรือลำใหม่เพื่อมาทดแทน ซึ่งมีอายุการใช้งานน้อยกว่าแต่มีระวางบรรทุกมากกว่าเรือลำที่จมพร้อมกับทำการจดทะเบียนเป็นเรือ เงินค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทได้รับจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 299) หรือไม่

เงินค่าสินไหมจากเรือจมและไม่ได้กู้เรือขึ้นมาส่งมอบบริษัทประกันภัยไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

นาย ก. ได้ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ดังนี้           ปีที่ 1 ซื้อหน่วยลงทุนใน วันที่ 24 ธันวาคม 2546 จำนวน 200,000 บาท           ปีที่ 2 ซื้อหน่วยลงทุนใน วันที่ 24 ธันวาคม 2547 จำนวน 210,000 บาท           ปีที่ 3 ซื้อหน่วยลงทุนใน วันที่ 23 ธันวาคม 2548 จำนวน 215,000 บาท           ปีที่ 4 ซื้อหน่วยลงทุนใน วันที่ 26 ธันวาคม 2549 จำนวน 215,000 บาท           ปีที่ 5 ซื้อหน่วยลงทุนใน วันที่ 27 ธันวาคม 2550 จำนวน 200,000 บาท           รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,040,000 บาท          นาย ก. ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากการซื้อหน่วยลงทุน RMF แล้ว ต่อมาได้ขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมด เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2551 และมีอายุไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ สอบถามว่าเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุน RMF และเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ นาย ก. ได้รับจากการขายหน่วยลงทุนคืน จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่

การยกเว้นภาษีเงินได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน RMF ก่อนปี 2551

นาย พ. พนักงานรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ประจำปี 2547 โดยนาย พ. ยื่นความประสงค์จะขอลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ 60 ปี เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 เนื่องจากเจ็บป่วยและมีอายุทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ตามใบแสดงความเห็นแพทย์ ลงวันที่ 8 กันยายน 2546 และได้รับเงินได้ที่จ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน นาย พ. ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 91 ปีภาษี 2547 มีเงินได้พึงประเมินจากรัฐวิสาหกิจและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของรัฐวิสาหกิจ ต่อมา วันที่ 1 มิถุนายน 2550 นาง ส. ภริยา นาย พ. แสดงหลักฐานหนังสือรับรองของแพทย์ผู้ทำการรักษา ฉบับลงวันที่ 23 มิถุนายน 2550 ซึ่งรับรองว่า นาย พ. ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ไตเสื่อม และเส้นโลหิตในสมองตีบไม่สามารถปฏิบัติงานได้ เงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรณีทุพพลภาพที่นาย พ. ได้รับจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้หรือไม่

ออกจากงานเพราะทุพพลภาพ เงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นาย ร. ประกอบกิจการขายวัสดุสำนักงาน ในปี 2546 มียอดขายถึงเกณฑ์ที่จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องรับผิดอย่างไร

มีรายรับถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ไม่จดทะเบียนฯ ต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับ

นาง พ. จดทะเบียนสมรสกับนาย ม. ชาวอังกฤษ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546 นาย ม. ทำงานให้กับบริษัทในอังกฤษ และมีข้อตกลงตามสัญญาจ้างแรงงานว่า เมื่อนายม. เสียชีวิต บริษัทต้องจ่ายเงินบำนาญเลี้ยงชีพให้แก่ภริยาเป็นค่าเลี้ยงดูทุกเดือนจนกว่าภริยาจะเสียชีวิตหรือสมรสใหม่ ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2548 นาย ม. เสียชีวิตที่อังกฤษ นาง พ. จึงได้รับเงินบำนาญเลี้ยงชีพตามสัญญา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา โดยที่นาง พ. อยู่ในไทย ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2548 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นางพ. ต้องนำเงินได้ดังกล่าวเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยหรือไม่

เงินบำนาญเลี้ยงชีพที่นายจ้างในต่างประเทศจ่ายให้แก่ภริยาพนักงานที่เสียชีวิต

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี