บริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน บริษัทก็มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 หากบริษัทเลือกใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 แล้ว จึงใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 การใช้สิทธิดังกล่าว บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ถูกต้องหรือไม่

ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) และ (ฉบับที่ 467)

บริษัทหักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในอัตราร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไป ภายใน 5 รอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 เป็นต้นไป ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ต่อมาในปี 2551 บริษัทประสงค์จะใช้สิทธิ์หักค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ.2551 ซึ่งสามารถหักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในอัตราร้อยละ 40 บริษัทจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 และปี 2550 เพื่อปรับปรุงรายจ่ายค่าเสื่อมราคาหรือไม่

คำนวณค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ต่อมาใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ.2551 ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม

กรณีข้อบังคับว่าด้วยการพนักงานของบริษัทกำหนดว่า พนักงานจะพ้นจากตำแหน่งเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือเกษียณอายุก่อนครบ 60 ปีบริบูรณ์ ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ต่อมา บริษัทมีโครงการให้พนักงานลาออกก่อนเกษียณอายุครบ 60 ปี โดยต้องมีอายุงานติดต่อกันไม่น้อยกว่า 10 ปี และพนักงานได้ออกจากงานตามโครงการดังกล่าว จะถือว่าเป็นกรณีพนักงานเกษียณอายุหรือไม่ และพนักงานจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่

พนักงานเกษียณอายุก่อนกำหนดได้รับเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

บริษัท ก และ บริษัท ข ประกอบกิจการที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยใช้ชื่อทางการค้าร่วมกัน บริษัททั้งสองได้ทำสัญญาว่าจ้างผู้ประกอบกิจการโฆษณาภายในประเทศ รับภาระค่าใช้จ่ายร่วมกัน โดยบริษัท ก รับภาระค่าใช้จ่าย ในอัตราร้อยละ 60 และบริษัท ข ในอัตราร้อยละ 40 ของมูลค่าตามสัญญาจ้าง และบริษัท ข มีหน้าที่หลักในการติดต่อประสานงาน รวมทั้งจ่ายเงินค่าโฆษณาเต็มจำนวนไปก่อน ซึ่งผู้ประกอบกิจการโฆษณาจะออกใบกำกับภาษีในนามบริษัท ข และบริษัท ข เรียกเก็บคืนเงินทดรองจ่ายจากบริษัท ก ในภายหลัง มีภาระภาษีที่เกี่ยวข้องอย่างไร

ภาระภาษี กรณีนิติบุคคลทดรองจ่ายค่าบริการให้แก่นิติบุคคลในไทย

กรณีบิดาและมารดาที่อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีและมีอายุเกิน 60 ปี บิดามารดาได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากประจำซึ่งเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นชื่อร่วมกัน จำนวน 20,000 บาท และมารดายังมีบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นชื่อมารดาคนเดียว โดยได้รับดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ จำนวน 25,000 บาท ซึ่งบิดาได้นำเงินได้ทั้งหมดจำนวน 45,000 บาท ไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เพื่อขอคืนภาษี จึงอยากทราบบุตรจะสามารถหักลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูบิดาและมารดาได้ทั้ง 2 คนหรือไม่

การหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา กรณีบิดามารดามีเงินได้ดอกเบี้ยเงินฝากทั้งปีไม่เกินคนละ 30,000 บาท

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี