เคล็ดลับ ผิวสวยสุขภาพดี จนคุณก็รู้สึกได้
เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดีที่คุณผู้หญิงไม่ควรพลาด คุณผู้หญิงทั้งหลายไม่มีใครที่จะปฏิเสธถึงการมีสุขภาพผิวที่ดีและทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการบำรุงผิวก็มีเยอะแยะมากมาย

บทความที่น่าสนใจ

บริษัทประกอบกิจการมีรายรับจากการรับเหมาก่อสร้าง โดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้รับชำระเงินจากลูกหนี้ ทำให้มีรายรับรวมเท่ากับ 2,000,000 บาท บริษัทได้ยื่นแบบ ภ.พ.01 ให้เจ้าพนักงานสรรพากรแล้ว ในวันที่ 18 พฤษภาคม ปีภาษีเดียวกัน กรณีนี้บริษัทจะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีเมษายน โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากจำนวน 2,000,000 บาท หรือ 200,000 บาท และมีความผิดต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มหรือไม่

          1.  ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม  และมีรายรับเกิน 1,800,000 บาทต่อปี  ถือว่ามีมูลค่าของฐานภาษีเกินมูลค่าของกิจการขนาดย่อมที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออก ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร  ประกอบกับ พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432) พ.ศ.2548 (ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2548)  มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้เกิน (1,800,001 บาท ขึ้นไป) ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร                 ดังนั้น  บริษัทมีรายรับเกิน 1,800,000 บาท ในวันที่ 20 เมษายน  จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม  โดยยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแบบ ภ.พ.01  ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่  พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57)  ภายในกำหนดเวลาได้ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน  ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม            2.  เมื่อบริษัทเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนแล้ว  มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นรายเดือนภาษี พร้อมกับชำระภาษี(ถ้ามี)  ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม  โดยให้ยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดสถานที่เป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 83 แห่งประมวลรัษฎากร                 ทั้งนี้  บริษัทยื่นแบบ ภ.พ.01  และเจ้าพนักงานสรรพากรรับจดทะเบียน ในวันที่ 18 พฤษภาคม  จึงถือว่าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม  และบริษัทมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 ดังนี้                (1)  เดือนภาษีเมษายน  ต้องยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนพฤษภาคม  ตามกรณีข้างต้น บริษัทเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายรับส่วนที่เกิน 1,800,000 บาท  เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท  หากยื่นแบบฯ เกินกำหนดเวลา  ต้องรับผิด  ดังนี้                     (ก)  ค่าปรับอาญา ตามมาตรา 90(2) แห่งประมวลรัษฎากร  ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (เปรียบเทียบปรับ กรณียื่นแบบไม่เกิน 7 วัน ค่าปรับขั้นต่ำ 300 บาท กรณียื่นแบบเกิน 7 วัน ค่าปรับขั้นต่ำ 500 บาท)                      (ข)  เสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของเงินภาษีที่ต้องเสีย ตามมาตรา 89(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลดได้ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542ฯ                     (ค)  เสียเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ ตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร                (2)  เดือนภาษีพฤษภาคม  ต้องยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนมิถุนายน   
บริษัทประกอบกิจการมีรายรับจากการรับเหมาก่อสร้าง โดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อวันที่ 20 เมษายน ได้รับชำระเงินจากลูกหนี้ ทำให้มีรายรับรวมเท่ากับ 2,000,000 บาท บริษัทได้ยื่นแบบ ภ.พ.01 ให้เจ้าพนักงานสรรพากรแล้ว ในวันที่ 18 พฤษภาคม ปีภาษีเดียวกัน กรณีนี้บริษัทจะต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีเมษายน โดยเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากจำนวน 2,000,000 บาท หรือ 200,000 บาท และมีความผิดต้องเสียเบี้ยปรับเงินเพิ่มหรือไม่
บริษัทประกอบกิจการมีผลขาดทุนสุทธิ และมีร บริษัทประกอบกิจการมีรายรับเกิน 1,800,000