เคล็ดลับ ผิวสวยสุขภาพดี จนคุณก็รู้สึกได้
เคล็ดลับผิวสวยสุขภาพดีที่คุณผู้หญิงไม่ควรพลาด คุณผู้หญิงทั้งหลายไม่มีใครที่จะปฏิเสธถึงการมีสุขภาพผิวที่ดีและทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการบำรุงผิวก็มีเยอะแยะมากมาย

บทความที่น่าสนใจ

นาย ก เป็นผู้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยคนเดียว ต่อมา วันที่ 3 มกราคม 2553 ได้จดทะเบียนสมรสกับภริยา นาย ก และภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ จะหักลดหย่อนได้อย่างไร

          ก่อนปีภาษี 2555           นาย ก และภริยาสามารถหักลดหย่อนและยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้ ดังนี้           1. ปีที่จดทะเบียนสมรส ความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษี นาย ก ซึ่งเป็นผู้กู้ยืมสามารถหักลดหย่อนและยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท           2. ปีถัดไป ความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี              (1) กรณีภริยาไม่ใช้สิทธิแยกยื่นเสียภาษีต่างหากจากสามี ให้หักลดหย่อนและยกเว้นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมรวมกัน ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท              (2) กรณีภริยาใช้สิทธิแยกยื่นเสียภาษีต่างหากจากสามี ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อน และยกเว้นเงินได้ได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท           ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จ่ายตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 264(พ.ศ.2550) ประกอบกับประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้(ฉบับที่ 86) (ฉบับที่ 165) (ฉบับที่ 166) และ(ฉบับที่ 167)           ตั้งแต่ปีภาษี 2555 เป็นต้นไป การหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 165) (ฉบับที่ 166) และ (ฉบับที่ 167) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 224) (ฉบับที่ 225) และ (ฉบับที่ 226)           กรณีสามีภริยามีเงินได้ทั้งสองฝ่าย ถ้าต่างฝ่ายต่างมีสิทธิหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาสมรสกัน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในส่วนของตนได้ ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (ลดหย่อนไม่เกิน 10,000 บาท และยกเว้นเงินได้ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท) ทั้งนี้ ไม่ว่าความเป็นสามีภริยาจะได้มีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่ก็ตาม
นาย ก เป็นบุคคลธรรมดา สมัครเข้าไปเล่นเกม นาย ก เป็นผู้ประกอบการกิจการให้บริการล่อ