บริษัทยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2552 ฉบับเพิ่มเติม ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 โดยได้ยื่นแบบฯ ฉบับปกติ ไว้ภายในกำหนดเวลา วันที่ 16 มีนาคม 2552 วันทำการถัดไปจากวันที่ 15 มีนาคม 2552 ซึ่งตรงกับวันหยุด อยากทราบว่า บริษัทสามารถทดวันในการคำนวณเงินเพิ่ม โดยเริ่มนับวันคำนวณเงินเพิ่มเดือนแรกเมื่อพ้นกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2552 และเริ่มนับเดือนที่สองตั้งแต่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ กรณีวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดในวันที่ 21 เมษายน 2552 ไปจนชนวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ถูกต้องหรือไม่ หากบริษัทยื่นแบบฯ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 จะเสียเงินเพิ่มอย่างไรบ้าง

การคำนวณเงินเพิ่ม กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติม และวันสุดท้ายของการยื่นแบบฯ ฉบับปกติ ตรงกับวันหยุด

บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (ป.2) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี 2555 จำนวน 5,000,000.00 บาท และไม่มีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งบุหรี่ เป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออก บริษัท ข จำกัด ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 และมีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่ง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หรือไม่

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็น ผู้ขายส่ง( ป.1) ผู้ขายส่งช่วง(ป.2)หรือผู้ขายปลีก(ป.3) มีเงินได้จากการขายยาสูบ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุ

การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามข้อ 2(6) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2551 มีผลใช้บังคับตั้งแต่เมื่อไร เนื่องจากตามข้อ 2 และข้อ 4 ให้ใช้บังคับสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ได้เริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป แต่ข้อ 8 ประกาศนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172)

บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งบุหรี่ (ป.1) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี 2555 จำนวน 5,000,000 บาท และมีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งบุหรี่ เป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออกให้ จำนวน 6,768.95 บาท บริษัท ข จำกัด ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 และมีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่ง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หรือไม่

กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็น ผู้ขายส่ง ( ป.1) ผู้ขายส่งช่วง (ป.2) หรือผู้ขายปลีก (ป.3) มีเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบ ไม่ได้รั

นาย ก. ใช้สิทธิหักลดหย่อนบุตรและหักลดหย่อนเพื่อการศึกษาของบุตร 3 คน โดยนาย ก. ได้จดทะเบียนรับรองบุตรจำนวน 3 คนเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2554 ภายหลังจากที่นาย ก. ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2553 แล้ว แต่เนื่องจากการจดทะเบียนรับรองบุตรดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการแก้ไขมาตรา 1557 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2551 การเป็นบุตรชอบ ด้วยกฎหมายตามมาตรา 1547 จึงให้มีผลนับแต่วันที่เด็กเกิด แต่ไม่อาจนำมาอ้างเป็นเหตุเสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอก ผู้ทำการโดยสุจริตในระหว่างเวลาตั้งแต่เด็กเกิดจนถึงเวลาที่บิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร สอบถามว่า นาย ก. จะหักลดหย่อนบุตรดังกล่าวได้ตั้งแต่ปีภาษีใด

การหักลดหย่อนบุตร กรณีผู้มีเงินได้มีการจดทะเบียนรับรองบุตรภายหลังจากการยื่นแบบแสดงรายการภาษีแล้ว

ขอทราบที่ตั้งของสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 17

ที่ตั้งสำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 17

บริษัทเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก่อสร้างอาคาร โดยให้เช่าพื้นที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมและสำนักงาน ซึ่งมีพื้นที่ให้เช่า 17,779 ตารางเมตร คิดเป็นอัตราร้อยละ 96.05 และพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์ 732 ตารางเมตร คิดเป็นอัตราร้อยละ 3.95 เพื่อให้บริการสาธารณูปโภคกับผู้เช่าพื้นที่ภายในอาคาร เช่น ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ระบบอัดอากาศ ระบบปรับอากาศ และลิฟท์ เป็นต้น ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร และภาษีซื้อที่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับระบบสาธารณูปโภค บริษัทมีสิทธินำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งหมดหรือไม่

ภาระภาษี กรณีภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคารให้เช่า

นางสาว ร. เปิดบัญชีเงินฝากประเภทเงินฝากประจำ 9 เดือน กับธนาคาร ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากเป็นรายเดือน ซึ่งนางสาว ร. ได้รับไปแล้ว จำนวน 7,172.25 บาท และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย จำนวน 1,075.84 บาท ต่อมา นางสาว ร. ผิดสัญญา ปิดบัญชีเงินฝากดังกล่าวก่อนครบกำหนด ธนาคารจึงเรียกดอกเบี้ยที่จ่ายไปแล้วคืน ซึ่งนางสาว ร. ก็ได้คืนให้แก่ธนาคาร แต่ธนาคารไม่สามารถคืนเงินในส่วนของภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้แก่นางสาว ร. ได้ เนื่องจากนำส่งกรมสรรพากรแล้ว นางสาว ร. สามารถขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสียได้หรือไม่

คืนดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ปิดบัญชีก่อนครบกำหนด มีสิทธิขอคืนภาษีหัก ณ ที่จ่าย ได้

นาง ก. ขายที่ดิน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2547 ให้แก่นาย ค. โดยที่ดินแปลงดังกล่าวเดิมเป็นสิทธิครอบครองของนาย ข. บิดาของนาง ก. ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2534 ผู้ตายมีทายาท 5 คน และไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2546 ทายาทของนาย ข. ได้ทำบันทึกถ้อยคำให้ไว้กับเจ้าพนักงานที่ดินว่า ให้นาง ก. เป็นผู้รับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าว หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2546 ทายาทของนาย ข. โอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นาง ก. การนับจำนวนปีถือครองที่ดินเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะต้องเริ่มนับตั้งแต่เมื่อใด

การนับจำนวนปีถือครอง กรณีทายาทขายที่ดินที่ได้รับโอนจากทายาทคนอื่นๆ

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี