M จะปิดกิจการในวันที่ 1 มิถุนายน 2549 โดยพนักงานจะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงขอทราบว่า กรณีพนักงานอายุระหว่าง 58 - 59 ปี มีอายุงานเกินกว่า 20 ปี และเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาแล้ว 15 ปี ไม่สามารถทำงานจนครบเกษียณอายุตามหลักเกณฑ์ของ M ได้ เนื่องจาก M ปิดกิจการและปิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานดังกล่าว จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่พนักงานได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อออกจากงานเพราะเกษียณอายุ โดยมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์หรือไม่

เงินที่ได้รับจากการเลิกจ้าง กรณีปิดกิจการและปิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

บริษัทยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2552 ฉบับเพิ่มเติม ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 โดยได้ยื่นแบบฯ ฉบับปกติ ไว้ภายในกำหนดเวลา วันที่ 16 มีนาคม 2552 วันทำการถัดไปจากวันที่ 15 มีนาคม 2552 ซึ่งตรงกับวันหยุด อยากทราบว่า บริษัทสามารถทดวันในการคำนวณเงินเพิ่ม โดยเริ่มนับวันคำนวณเงินเพิ่มเดือนแรกเมื่อพ้นกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2552 และเริ่มนับเดือนที่สองตั้งแต่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ กรณีวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดในวันที่ 21 เมษายน 2552 ไปจนชนวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ถูกต้องหรือไม่ หากบริษัทยื่นแบบฯ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 จะเสียเงินเพิ่มอย่างไรบ้าง

การคำนวณเงินเพิ่ม กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติม และวันสุดท้ายของการยื่นแบบฯ ฉบับปกติ ตรงกับวันหยุด

บริษัท อ. จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่กรรมการและพนักงาน ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิในแต่ละครั้งในอัตราร้อยละ 50 ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งสามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ในวันที่ 30 มิถุนายน และ 30 ธันวาคม ของแต่ละปีตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2550 ถึง วันที่ 25 กันยายน 2550 อัตราและราคาการใช้สิทธิ (Exercise Price) อัตราต่อหนึ่งหน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิต่อหนึ่งหุ้นสามัญ ราคาในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญหุ้นละ 1 บาท ทั้งนี้ ครบกำหนดใช้สิทธิครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ขอทราบว่า วิธีการคำนวณเงินได้จากการซื้อหุ้นของกรรมการและพนักงานเพื่อนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร

การคำนวณเงินได้พึงประเมินกรณีใช้ใบแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัท

นาย ก. นำที่ดินไปขายฝาก ภายใน 5 ปี ในวันที่ทำสัญญาขายฝาก ผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝากมีภาระภาษีอย่างไร

ภาระภาษี กรณีบุคคลธรรมดาขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งค้า และมุ่งค้าหากำไร ภายใน 5 ปี

บริษัทเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในฮ่องกง ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาในไทย ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม โดยประกอบธุรกิจให้บริการติดตั้งเกี่ยวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม บริษัทได้รับอนุมัติมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้าจากกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม บริษัทได้ทำสัญญาให้บริการกับบริษัท ท จำกัด ในไทย โดยบริษัทได้ชำระอากรแสตมป์ และในวันที่ 9 สิงหาคม บริษัทได้รับเงินมัดจำ โดยบริษัท ท จำกัด หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งไว้แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาใช้เป็นเครดิตภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 29 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม ได้หรือไม่

บริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นเครดิตภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 ได้

บริษัทหักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในอัตราร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไป ภายใน 5 รอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 เป็นต้นไป ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ต่อมาในปี 2551 บริษัทประสงค์จะใช้สิทธิ์หักค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ.2551 ซึ่งสามารถหักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในอัตราร้อยละ 40 บริษัทจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 และปี 2550 เพื่อปรับปรุงรายจ่ายค่าเสื่อมราคาหรือไม่

คำนวณค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ต่อมาใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ.2551 ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม

นาย ก. เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งมีอายุงานเกิน 5 ปี บริษัทเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป โดยจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานภายในปี 2540 และจ่ายเงินจากกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในปี 2541 เนื่องจากบริษัทดำเนินการเลิกกองทุนฯ เพื่อนำเงินจ่ายคืนให้กับพนักงานแล้วเสร็จในวันที่ 15 มกราคม 2541 ในการเสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี 2540 นาย ก. เลือกเสียภาษีเงินได้โดยไม่นำเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น เมื่อนาย ก. ได้รับเงินได้ที่จ่ายจากกองทุนฯ ในปี 2541 จะใช้สิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้โดยไม่นำไปรวมคำนวณกับเงินได้หรือไม่

เลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพล่าช้า ทำให้จ่ายเงินให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้างคนละปีกับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี