บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (ป.2) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี 2555 จำนวน 5,000,000.00 บาท และไม่มีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งบุหรี่ เป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออก บริษัท ข จำกัด ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 และมีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่ง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หรือไม่

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็น ผู้ขายส่ง( ป.1) ผู้ขายส่งช่วง(ป.2)หรือผู้ขายปลีก(ป.3) มีเงินได้จากการขายยาสูบ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุ

บริษัทหักค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรและอุปกรณ์ ในอัตราร้อยละ 25 ของเงินได้ที่ได้จ่ายไป ภายใน 5 รอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 เป็นต้นไป ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ต่อมาในปี 2551 บริษัทประสงค์จะใช้สิทธิ์หักค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ.2551 ซึ่งสามารถหักค่าเสื่อมราคาเบื้องต้นในวันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ในอัตราร้อยละ 40 บริษัทจะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 และปี 2550 เพื่อปรับปรุงรายจ่ายค่าเสื่อมราคาหรือไม่

คำนวณค่าเสื่อมราคาตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ต่อมาใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 473) พ.ศ.2551 ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม

บริษัท ข จำกัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งบุหรี่ (ป.1) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี 2555 จำนวน 5,000,000 บาท และมีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งบุหรี่ เป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชำระล่วงหน้า (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออกให้ จำนวน 6,768.95 บาท บริษัท ข จำกัด ต้องนำเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 และมีสิทธินำภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่ง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หรือไม่

กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็น ผู้ขายส่ง ( ป.1) ผู้ขายส่งช่วง (ป.2) หรือผู้ขายปลีก (ป.3) มีเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบ ไม่ได้รั

บริษัท ก. ดำเนินกิจการมีผลขาดทุนสุทธิปี 2548 จำนวน 500,000 บาท ต่อมา รอบระยะเวลาบัญชีปี 2549-2552 มีกำไรสุทธิ จำนวน 200,000 บาท 100,000 บาท 50,000 บาท และ 50,000 บาท ตามลำดับ และชำระภาษี โดยไม่ได้นำผลขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 มาหักกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าว สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 50,000 บาท บริษัทต้องการนำผลขาดทุนสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 มาหักกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี 2553 ได้หรือไม่

ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบันที่มีสิทธินำมาหักกำไรสุทธิให้หักติดต่อกันตามหลักความสม่ำเสมอ

บริษัทมีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2550 บริษัทยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 ใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2549 และในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 บริษัทยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 โดยใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวเช่นกัน แต่ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 บริษัทมีความประสงค์จะใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 475) พ.ศ. 2551 ได้หรือไม่

ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 แต่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 475) พ.ศ.

บริษัทเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ก่อนวันที่ 6 สิงหาคม 2551 ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2549 ถึง 2550 บริษัทใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 3(1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 แต่จะไม่ใช้สิทธิดังกล่าวสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2551 โดยจะใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 475) ได้หรือไม่ และบริษัทจะมีสิทธิใช้สิทธิประโยชน์ในการยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ได้อีกหรือไม่

นิติบุคคลไม่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) พ.ศ.2549 ในรอบระยะเวลาบัญชีใด สามารถใช้สิทธิลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

บริษัทมีรอบระยะเวลาบัญชี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของทุกปี ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2550 บริษัทยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 มีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 869,500 บาท และยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 มีกำไรสุทธิ จำนวน 1,966,818.48 บาท ต่อมา บริษัทได้รับหมายเรียกตรวจสอบภาษี สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2550 จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทยื่นประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 เนื่องจากบริษัทลืมนำผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 รอบระยะเวลาบัญชีมาใช้ บริษัทจึงยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติมหลังจากได้รับหมายเรียกตรวจสอบ บริษัทสามารถนำ ภ.ง.ด.50 ฉบับยื่นเพิ่มเติมดังกล่าว มาคำนวณเปรียบเทียบประมาณการกำไรสุทธิได้หรือไม่

ประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินกว่าอัตราร้อยละ 25 ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม หลังจากได้รับหมายเรียก ให้นำ ภ.ง.ด.50 ฉบับยื่นเพิ่มเติมมารวมคำนวณเปรียบเทียบ

บริษัทยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2548 แสดงประมาณการขาดทุนสุทธิ จำนวน 408,770.04 บาท ไม่มีภาษีต้องชำระ ต่อมาเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 12,264,574.55 บาท และชำระภาษีเงินได้ จำนวน 80,784.50 บาท ทำให้บริษัทแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ เมื่อเปรียบเทียบกับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2547 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 7,080,691.04 บาท โดยมีกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชี จำนวน 892,246.20 บาท หักผลขาดทุนสุทธิสะสมจาก 5 รอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมา จำนวน 7,972,937.24 บาท จึงไม่มีภาษีต้องชำระ จะถือว่า บริษัทจัดทำประมาณการกำไรสุทธิ และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วหรือไม่

ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 ขาดไปเกินร้อยละ 25 และนำเปรียบเทียบกับแบบ ภ.ง.ด.50 รอบระยะเวลาบัญชีที่แล้วที่ไม่มีภาษีต้องชำระ ถือว่าไม่มีเหตุอันสมควร

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี