บริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน บริษัทก็มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 หากบริษัทเลือกใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 แล้ว จึงใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 การใช้สิทธิดังกล่าว บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ถูกต้องหรือไม่

ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) และ (ฉบับที่ 467)

คณะบุคคลทำสัญญาให้เช่าที่ดิน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545 มีกำหนดเวลาเช่า 20 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2546 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ผู้เช่าชำระเงินกินเปล่าแก่ผู้ให้เช่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2545 และตกลงชำระค่าเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 5 ของทุกๆ เดือน คณะบุคคลมิได้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินกินเปล่าในปีที่ได้รับเงิน โดยนำเงินกินเปล่าดังกล่าวไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 ปีภาษี 2546 - 2565 รวม 20 ฉบับ และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ปีภาษี 2546 จำนวน 1 ฉบับ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉลี่ยเงินกินเปล่าตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่าได้หรือไม่

ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 ไม่ได้

ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของสถาบันการเงินหรือลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยของเจ้าหนี้อื่น ได้โอนทรัพย์สินหรือการให้บริการ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาด ให้กับสถาบันการเงินหรือเจ้าหนี้อื่น ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด โดยสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้กระทำระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 และการโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้น ได้กระทำในระหว่างวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ถือเป็นเหตุอันสมควรตามมาตรา 65 ทวิ(4) แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่

เหตุอันสมควร ตามมาตรา 65 ทวิ(4) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนหรือค่าบริการต่ำกว่าราคาตลาด

บริษัทในไทยถือหุ้นสามัญในบริษัท A ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของอินโดนีเซีย จำนวนร้อยละ 99 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาจนถึงวันที่ได้รับเงินปันผล และเงินปันผลดังกล่าวได้จากกำไรสุทธิที่เสียภาษีในอินโดนีเซีย ในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ตามกฎหมายของอินโดนีเซียและ ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 บริษัทจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลที่ได้รับหรือไม่ และภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ จะนำมาหักเป็นรายจ่ายหรือนำมาเป็นเครดิตในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในไทยได้หรือไม่

นิติบุคคลได้รับเงินปันผลจากบริษัทในต่างประเทศที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในอัตราร้อยละ 30 และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15

บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) ได้นำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ใหม่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2548 โดยมีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทจะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 โดยเสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 ใช่หรือไม่

การลดอัตราภาษีเงินได้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 กรณีจดทะเบียนระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี

นาง พ. ประกอบอาชีพเป็นนายหน้าตัวแทนขายประกันชีวิต บริษัท อ. นาง พ. มีเงินได้ค่านายหน้าที่ได้รับในปี 2549 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2549 จำนวน 1,719,736 บาท และจะได้รับค่านายหน้าในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2549 และวันที่ 12 ธันวาคม 2549 จำนวนเงิน 102,014.57 บาท และจำนวน 37,257.02 บาท ตามลำดับ แต่บริษัทระงับการจ่ายเงินค่านายหน้าทั้ง 2 เดือนดังกล่าว โดย นาง พ.ได้รับค่านายหน้าทั้งสองเดือนจริงในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2550 นาง พ. มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในปี 2549 หรือไม่

ฐานภาษีในวันที่ได้รับชำระค่าบริการที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ไม่ถึง 1,800,000 บาท ไม่มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี