บริษัท ท. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ มีสำนักงานสาขาตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร โดยบริษัท A เป็นเจ้าของอาคารที่ตั้งของสำนักงานสาขาดังกล่าว ต่อมา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัท A ได้รับคำสั่งจากสำนักงานเขตให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอาคาร เนื่องจากอาคารมีสภาพที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน โดยให้ดำเนินการปรับปรุงภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง บริษัท A ได้ปิดอาคารดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นต้นไป ซึ่งในวันดังกล่าว บริษัทย้ายสำนักงานสาขาไปนนทบุรี โดยบริษัทได้ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.09) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด บริษัทขอยกเว้นค่าปรับอาญากรณีความผิดดังกล่าวได้หรือไม่

ขอยกเว้นค่าปรับอาญา เนื่องจากยื่นแบบ ภ.ธ.09 เกินกำหนดเวลา

บริษัทยื่นแบบ ภ.พ.30 เดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2552 ฉบับเพิ่มเติม ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 โดยได้ยื่นแบบฯ ฉบับปกติ ไว้ภายในกำหนดเวลา วันที่ 16 มีนาคม 2552 วันทำการถัดไปจากวันที่ 15 มีนาคม 2552 ซึ่งตรงกับวันหยุด อยากทราบว่า บริษัทสามารถทดวันในการคำนวณเงินเพิ่ม โดยเริ่มนับวันคำนวณเงินเพิ่มเดือนแรกเมื่อพ้นกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2552 และเริ่มนับเดือนที่สองตั้งแต่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ กรณีวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดในวันที่ 21 เมษายน 2552 ไปจนชนวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ถูกต้องหรือไม่ หากบริษัทยื่นแบบฯ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 จะเสียเงินเพิ่มอย่างไรบ้าง

การคำนวณเงินเพิ่ม กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติม และวันสุดท้ายของการยื่นแบบฯ ฉบับปกติ ตรงกับวันหยุด

บริษัทเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในฮ่องกง ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาในไทย ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม โดยประกอบธุรกิจให้บริการติดตั้งเกี่ยวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม บริษัทได้รับอนุมัติมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้าจากกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม บริษัทได้ทำสัญญาให้บริการกับบริษัท ท จำกัด ในไทย โดยบริษัทได้ชำระอากรแสตมป์ และในวันที่ 9 สิงหาคม บริษัทได้รับเงินมัดจำ โดยบริษัท ท จำกัด หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งไว้แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาใช้เป็นเครดิตภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 29 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม ได้หรือไม่

บริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นเครดิตภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 ได้

การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามข้อ 2(6) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2551 มีผลใช้บังคับตั้งแต่เมื่อไร เนื่องจากตามข้อ 2 และข้อ 4 ให้ใช้บังคับสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ได้เริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป แต่ข้อ 8 ประกาศนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172)

บริษัท อ. จัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทให้แก่กรรมการและพนักงาน ผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิในแต่ละครั้งในอัตราร้อยละ 50 ของจำนวนใบสำคัญแสดงสิทธิ ซึ่งสามารถใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิได้ในวันที่ 30 มิถุนายน และ 30 ธันวาคม ของแต่ละปีตลอดอายุของใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2550 ถึง วันที่ 25 กันยายน 2550 อัตราและราคาการใช้สิทธิ (Exercise Price) อัตราต่อหนึ่งหน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิต่อหนึ่งหุ้นสามัญ ราคาในการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญหุ้นละ 1 บาท ทั้งนี้ ครบกำหนดใช้สิทธิครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ขอทราบว่า วิธีการคำนวณเงินได้จากการซื้อหุ้นของกรรมการและพนักงานเพื่อนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร

การคำนวณเงินได้พึงประเมินกรณีใช้ใบแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัท

บริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน บริษัทก็มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 หากบริษัทเลือกใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 แล้ว จึงใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 การใช้สิทธิดังกล่าว บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ถูกต้องหรือไม่

ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) และ (ฉบับที่ 467)

นาง พ. จดทะเบียนสมรสกับนาย ม. ชาวอังกฤษ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546 นาย ม. ทำงานให้กับบริษัทในอังกฤษ และมีข้อตกลงตามสัญญาจ้างแรงงานว่า เมื่อนายม. เสียชีวิต บริษัทต้องจ่ายเงินบำนาญเลี้ยงชีพให้แก่ภริยาเป็นค่าเลี้ยงดูทุกเดือนจนกว่าภริยาจะเสียชีวิตหรือสมรสใหม่ ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2548 นาย ม. เสียชีวิตที่อังกฤษ นาง พ. จึงได้รับเงินบำนาญเลี้ยงชีพตามสัญญา ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา โดยที่นาง พ. อยู่ในไทย ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2548 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน นางพ. ต้องนำเงินได้ดังกล่าวเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยหรือไม่

เงินบำนาญเลี้ยงชีพที่นายจ้างในต่างประเทศจ่ายให้แก่ภริยาพนักงานที่เสียชีวิต

นาย ก. เป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งมีอายุงานเกิน 5 ปี บริษัทเลิกจ้างพนักงานทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป โดยจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงานภายในปี 2540 และจ่ายเงินจากกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในปี 2541 เนื่องจากบริษัทดำเนินการเลิกกองทุนฯ เพื่อนำเงินจ่ายคืนให้กับพนักงานแล้วเสร็จในวันที่ 15 มกราคม 2541 ในการเสียภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี 2540 นาย ก. เลือกเสียภาษีเงินได้โดยไม่นำเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่น เมื่อนาย ก. ได้รับเงินได้ที่จ่ายจากกองทุนฯ ในปี 2541 จะใช้สิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้โดยไม่นำไปรวมคำนวณกับเงินได้หรือไม่

เลิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพล่าช้า ทำให้จ่ายเงินให้พนักงานที่ถูกเลิกจ้างคนละปีกับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี