ใครเป็น ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี วิธีการจั
เคยสงสัยไหมว่า การจะประกอบอาชีพ 1 อาชีพ เราจำเป็นต้องทำบัญชีหรือไม่ การค้าขาย ซื้อมา-ขายไป ผลิตสินค้าต่างๆ หรือแม้กระทั้งธุรกิจบริการ อาชีพเหล่านี้จำเป็นไหมที่จะต้องจัดทำบัญชี แล้วใครละที่ต้องจัดทำบัญชีตามกฎหมาย เรามาดูกันว่ามีใครบ้าง

บทความที่น่าสนใจ

ขั้นตอนและวิธีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

การจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การจองชื่อ ซึ่งการจองชื่อนิติบุคคลมิใช่ การจดทะเบียน แต่เป็นกระบวนการหนึ่งก่อนการจดทะเบียน เพราะต้องนำชื่อที่จองไว้ไปจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดต่อไป แต่ชื่อที่ท่านจะจองและนำไปจดทะเบียนนั้นต้องอยู่ภายในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขด้วย เนื่องจาก กฎหมายกำหนดว่าชื่อนิติบุคคล จะต้องไม่พ้อง หรือมีชื่อเรียกขานตรงกันหรือคล้ายคลึงกับชื่อนิติบุคคลอื่นที่ได้ จดทะเบียนไว้แล้ว จึงมีระเบียบกำหนดว่าก่อนยื่น จดทะเบียนจะต้องขอ จองชื่อก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะใช้ชื่อนั้นจดทะเบียนได้ ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการในการจองชื่อมีดังนี้
1. ผู้ร่วมก่อการ (ผู้ร่วมลงทุน) ตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ต้องทำการตั้งชื่อตามที่ประสงค์จะใช้เป็นชื่อบริษัทแล้วนำไปยื่นขอจองชื่อต่อ นายทะเบียน ซึ่งชื่อดังกล่าวต้องอยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย กล่าวคือ ไม่เป็นชื่อต้องห้าม หรือชื่อที่คล้ายหรือซ้ำกับชื่อของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งอาจทำให้นายทะเบียนไม่รับจองชื่อของท่านได้
2. หนึ่งในผู้ร่วมก่อการต้องเป็นผู้ดำเนินการจองชื่อต่อนายทะเบียน ซึ่งการจองชื่อดังกล่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีวิธีการอยู่ 2 รูปแบบ แบบแรกคือ หนึ่งในผู้ร่วมก่อการยื่นแบบขอจองชื่อที่ประสงค์จะใช้เป็นชื่อบริษัทต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานจดทะเบียน สาขาใดก็ได้ด้วยตนเองหรือจะมอบอำนาจให้บุคคลอื่นดำเนินการแทนได้ หรือแบบที่สองคือ ยื่นแบบขอจองชื่อผ่านทาง อินเตอร์เนตได้ที่เว็บไซต์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยผู้เขียนขอแนะนำให้ยื่นแบบขอจองชื่อผ่านทางอินเตอร์เนต เพราะสะดวกและรวดเร็วกว่า และในการจองชื่อดังกล่าวจะให้ใครเป็นคนดำเนินการแทนก็ได ้แต่ต้องลงชื่อผู้ร่วมก่อการเป็น ผู้ขอจองชื่อ
3.ในการจองชื่อจะกำหนดให้จองชื่อไว้ได้ 3 ชื่อ ซึ่งต้องมีคำว่า บริษัท ขึ้นต้นและลงท้ายด้วยคำว่า ”จำกัด” ซึ่งหากท่าน ประสงค์จะใช้ชื่อใดเป็นชื่อบริษัทของท่านท่านก็ควรให้ชื่อนั้นขึ้นก่อนเพราะนายทะเบียนจะพิจารณาชื่อแรกก่อน โดยในแต่ละชื่อ ให้ มีชื่อภาษาอังกฤษด้วยและชื่อภาษาอังกฤษจะต้องเป็นคำอ่านที่ตรงกับชื่อภาษาไทย (ในทางปฏิบัติชื่อภาษาอังกฤษจะมีหรือไม่ ก็ได้) และในการกรอกแบบฟอร์มขอจองชื่อดังกล่าวท่านต้องกรอกตามความเป็นจริงทุกประการ เพราะท่านอาจมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,267 และ 268
4.หลังจากที่หนึ่งในผู้เริ่มก่อการได้ยื่นแบบจองชื่อต่อนายทะเบียนแล้ว นายทะเบียนจะพิจารณารายชื่อที่จองไว้ดังกล่าวว่า เป็นชื่อที่ต้องห้าม คล้ายหรือซ้ำกับชื่อของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นหรือไม่ ซึ่งหากปรากฏว่า ชื่อที่จองไว้เป็นชื่อที่ต้องห้าม คล้ายหรือซ้ำกับชื่อของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นแล้วนายทะเบียนก็จะมีคำสั่งไม่รับจองชื่อนั้นและหมายเหตุให้ทราบว่า คล้ายหรือซ้ำ กับชื่อของบริษัทหรือนิติบุคคลใด และนายทะเบียนก็จะพิจารณาชื่อที่จองไว้ในลำดับต่อๆมาโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน หากนายทะเบียนพิจารณาชื่อทั้งหมดที่จองไว้แล้ว และมีคำสั่งไม่รับจองทั้งหมด ท่านก็ต้องดำเนินการจองชื่อใหม่ตามขั้นตอนและ วิธีการข้างต้น แต่การที่นายทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจองชื่อของท่านโดยเหตุที่ชื่อดังกล่าว คล้ายหรือซ้ำกับชื่อของบริษัทหรือ นิติบุคคลอื่น ท่านสามารถแก้ไขได้โดยการให้กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทนั้นๆลงชื่อรับรองให้ท่านใช้ชื่อนั้นตั้งเป็นบริษัทได้ แต่หากท่านไม่ได้รับการรับรองโดยถูกต้องแต่ยังยืนยันจะใช้ชื่อดังกล่าวต่อไปและภายหลังเกิดความเสียหายขึ้นแก่บริษัทนั้นๆ ท่านอาจมีความผิดตาม ปพพ. มาตรา 18 และ มาตรา 1115
5.หากนายทะเบียนมีคำสั่งรับจองชื่อที่ท่านจองไว้ดังกล่าวแล้ว ท่านต้องดำเนินการนำชื่อดังกล่าวไปจดทะเบียนหนังสือ บริคณห์สนธิตามขั้นตอนและวิธีการตามกฎหมายต่อไป ภายใน 30 วัน นับแต่นายทะเบียนมีคำสั่ง ซึ่งหากท่านไม่ดำเนินภายใน กำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ท่านจะนำชื่อดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อไปไม่ได้ ท่านต้องดำเนินการจองชื่อตามขั้นตอนและวิธีการ ที่กล่าวมาข้างต้นใหม่
ตามขั้นตอนและวิธีการขอจองชื่อที่กล่าวมาเบื้องต้น ประกอบกับโครงสร้างของบริษัทจำกัดที่ได้ไว้ครั้งที่แล้ว ท่านใดที่ประสงค์ จะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยตนเองก็สามารถติดตามขั้นตอนและวิธีการต่างๆที่กล่าวไปข้างต้นได้

ที่มา : นายไพบูลย์ แก้วธรรมมา www.n-law.co.th 

จดจัดตั้งบริษัทต้องทำอย่างไร บริษัทมีหนี้เกิน 500,000 บาท ได้ดำเนินกา