ฐานภาษี คืออะไร อัตราภาษี คืออะไร และ สัมพันธ์ กัน อย่างไร

ฐานภาษี

คือ สิ่งที่เป็นเงื่อนไขให้บุคคลต้องเสียภาษี  หรือสิ่งที่เป็นมูลเหตุให้บุคคลต้องเสียภาษีโดยกานำไปคูณกับอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด แต่เราต้องทราบก่อนว่า เราจะใช้ฐานภาษีแบบไหนไปคำนวณการเสียภาษี

ฐานภาษีที่คนทั่วไปมักเข้าใจกัน หรือจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ ก็น่าจะนึกถึง รายได้จากการขายสิ้นค้า รายได้จากการให้บริการ  เงินเดือนที่ได้รับจากงานประจำ หรือ เงินได้ตามมาตราต่างๆที่กฎหมายกำหนด (เงินได้พึ่งประเมิน)  แต่จริงๆแล้วฐานภาษียังมีการคำนวณได้จากอย่างอื่นอีก ยกตัวอย่าง เช่น

1.ทรัพย์สิน  (Property)  เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่มีทรัพย์สินอันอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ให้เสียภาษี  ซึ่งได้แก่ ภาษีบำรุงท้องที่  ภาษีโรงเรือนและที่ดิน  ภาษีรถยนต์  ภาษีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์  ภาษีกองมรดก 

2.สินค้าและบริการ  (Goods and Servies)  เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากบุหรี่  สุรา  การสั่งสินค้าเข้า  การแสดงมหรสพ  หรือที่เรียกว่า  ภาษีมูลค่าเพิ่ม  ภาษีสรรพสามิต  ภาษีศุลกากร  อากรมหรสพ หรือเราจะเรียกฐานนี้ว่า ฐานภาษีบริโภค

3.สิทธิพิเศษในการประกอบการ  (Licences)  เป็นฐานภาษีที่เรียกเก็บจากค่าธรรมเนียมในการอนุญาตให้ประกอบกิจการ  ไม่ว่าจะมีลักษณะผูกขาดหรือไม่ เป็นต้น

การจะหาฐานภาษีได้นั้น เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เราต้องใช้ฐานภาษีไหน และใช้อัตราการจัดเก็บภาษีแบบไหนเพื่อมาคำนวณการเสียภาษี โดยหลักๆแล้วจะอธิบายให้เข้าใจง่าย อัตราภาษีที่จัดเก็บก็จะมีดังนี้ คือ

  1.อัตราภาษีแบบก้าวหน้า เป็นการคำนวณแบบขึ้นบันได ยิ่งผู้มีรายได้มากเท่าไร ก็จะยิ่งเสียภาษีมากขึ้นตามไปด้วย หรือ จะพูดให้เข้าใจง่ายๆว่า ได้มากเสียมาก ” ผู้เสียภาษีก็จะชำระภาษีมากขึ้นตามสัดส่วนรายได้ที่ได้รับ ตัวอย่างอัตราภาษีแบบขึ้นบันได  

ขั้นเงินได้สุทธิตั้งแต่

เงินได้สุทธิจำนวนสูงสุดของขั้น

อัตราภาษี

   0-150,000

เกิน 150,000 - 300,000

 ยกเว้น

150,000

 

5

เกิน 300,000 - 500,000

200,000

10

เกิน 500,000 - 750,000

250,000

15

เกิน 750,000 - 1,000,000

250,000

20

 *ในแต่ละปี ก็จะมีอัตราที่ไม่เท่าไรกัน ต้องดูปีต่อปีตามประกาศของกรมสรรพากร

  2.อัตราภาษีแบบถดถอย เป็นการคำนวณแบบขั้นบันไดเช่นกัน แต่จะเป็นการคำนวณตรงกันข้ามกัน อันตราภาษีก้าวหน้า ยิ่งผู้มีรายได้มากจะยิ่งเสียภาษีน้อย หรือจะเรียกง่ายๆว่า “ ได้มากเสียน้อยการใช้อัตรานี้มักจะไม่เป็นธรรมกับผู้มีรายได้แบบบุคคลธรรมดา แต่จะใช้การการจัดเก็บจากการบำรุงท้องที่เป็นส่วนใหญ่ หรือเราเรียกว่า อัตราภาษีบำรุงท้องที่

  3.อัตราภาษีแบบคงที่ เป็นการจัดเก็บแบบเท่ากันทุกปี คืออัตราภาษีคงที่เราเรียกง่ายๆว่า “ได้มากได้น้อยก็จ่ายเท่าเดิม” ก็จะตรงกับชื่อที่เรียก คือการจัดเก็บแบบคงที่ นั้นเอง

  หากจะเสียภาษีทั้งที่แล้วละก็ ควรจะตรวจสอบว่าเรามีรายได้แบบไหน ประเภทไหนที่เข้าข่าย จะได้นำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีให้กับรัฐบาลอย่างถูกต้องครบถ้วน หากไม่เช่นนั้น การไม่ชำระ ชำระไม่ตรงเวลา หรือ ชำระผิดประเภท อาจจะเสียค่าปรับเพิ่มมากเดิม

บริษัทได้รับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ ต้องออก สรรพคุณชาเขียวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย