บุคคลธรรมดาประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ เงินได้จากการให้เช่ารถแท็กซี่เป็นเงินได้ประเภทใด และหักค่าใช้จ่ายได้เท่าใด รวมทั้งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

          กิจการให้เช่ารถแท็กซี่เป็นการให้เช่าทรัพย์สิน ตามมาตรา 537 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มีภาระภาษี ดังนี้           1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา               เงินได้จากการให้เช่ารถแท็กซี่ ถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(5) แห่งประมวลรัษฎากร  หากมีเงินได้เกิน 30,000 บาท ต่อปี มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป และแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน ภายในเดือนกันยายน โดยสามารถเลือกคำนวณหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 11) คือ               (1) หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ในอัตราร้อยละ 30 โดยไม่ต้องแสดงหลักฐาน                (2) หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หากมีค่าใช้จ่ายมากกว่า (1)            ตั้งแต่ปีภาษี 2560 หากมีเงินได้เกิน 60,000 บาท ต่อปี มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับเงินได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - ธันวาคม ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป และแบบ ภ.ง.ด.94 สำหรับเงินได้ตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน ภายในเดือนกันยายน ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ.2560                          2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม               การให้เช่ารถแท็กซี่ดังกล่าว ถือเป็นการให้บริการ ตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร หากมีรายรับเกิน 1,800,000 บาท ต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 7 ตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มฯ  อย่างไรก็ตาม หากประสงค์จะเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มก็สามารถกระทำได้ โดยแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรตามแบบที่อธิบดีกำหนด เพื่อขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามมาตรา 81/3(2) แห่งประมวลรัษฎากร
วิธีเลือก สำนักงานบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีฯ ไม่เห็นด้วยกับการที่สำน