บริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 จะสามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้หรือไม่อย่างไรบ้าง

          กรณีบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(น้ำท่วม) ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไปนั้น  สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายได้ มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข  ดังนี้    กรณี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1. บริจาคให้แก่ ส่วนราชการ มูลนิธิ องค์การ หรือสถานสาธารณกุศลที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย   บุคคลธรรมดาสามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคอื่น ตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อน (ทั้งนี้ ไม่รวมบริจาคเป็นทรัพย์สิน) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเป็นเงินหรือทรัพย์สิน สามารถนำจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ต้องนำมูลค่าทรัพย์สินหรือสินค้าที่บริจาคไปรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษีในการคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม     2. บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยผ่านตัวแทน เช่น สถานีโทรทัศน์ หรือสถานีวิทยุต่างๆ โดยตัวแทนต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนกับกรมสรรพากร เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย         ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ผู้ประกอบการที่นำสินค้าไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย   3. บริจาคให้สถานศึกษาที่ได้รับการประกาศของกระทรวงศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างอาคารเรียน การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ ตำราเรียน ค่าจ้างอาจารย์ และทุนการศึกษา บุคคลธรรมดาสามารถนำเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนในการคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าจำนวนเงินที่บริจาค เป็นจำนวน 2 เท่าของเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อน ตามมาตรา 47(7) แห่งประมวลรัษฎากร (ทั้งนี้ ไม่รวมบริจาคเป็นทรัพย์สิน)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเป็นเงินหรือทรัพย์สิน สามารถนำจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี(3) แห่งประมวลรัษฎากร การบริจาคสินค้าให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 3(4)(ข) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 239) พ.ศ.2534   ​
บริจาคเงินถวายในหลวงโดยเสด็จพระราชกุศลตา บริจาคเงินเข้ากองทุนมหาวิทยาลัย หักค่าลด