นาย ส. ทำงานอยู่ธนาคาร ก. เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ต่อมาธนาคาร ก. ได้ควบรวมกิจการกับธนาคาร ข. โดยธนาคาร ก. ได้เลิกกิจการ และนาย ส.ได้โอนมาเป็นพนักงานของธนาคาร ข. ซึ่งธนาคาร ข.ให้สิทธิพนักงานของธนาคาร ก.เดิมนำเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ นาย ส.จึงถอนเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้นาย ข. พ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นเหตุให้ไม่สามารถนับอายุงานต่อได้ กรณีดังกล่าว นาย ส. มีสิทธินำเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาเลือกคำนวณในใบแนบได้หรือไม่

          เงินได้ที่นาย ส. ได้รับจากกองทุนฯ ดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ของเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ตามมาตรา 48(5) และมาตรา 50(1) แห่งประมวลรัษฎากร           ดังนั้น เมื่อนาย ส. มีระยะเวลาการทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี นาย ส. ย่อมมีสิทธิเลือกเสียภาษีแยกต่างหากจากเงินได้อื่น ตามมาตรา 48(5) แห่งประมวลรัษฎากร
นาย ส. ทำงานอยู่ธนาคาร ก. เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ต่อมาธนาคาร ก. ได้ควบรวมกิจการกับธนาคาร ข. โดยธนาคาร ก. ได้เลิกกิจการ และนาย ส.ได้โอนมาเป็นพนักงานของธนาคาร ข. ซึ่งธนาคาร ข.ให้สิทธิพนักงานของธนาคาร ก.เดิมนำเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ นาย ส.จึงถอนเงินออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ทำให้นาย ข. พ้นสภาพการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นเหตุให้ไม่สามารถนับอายุงานต่อได้ กรณีดังกล่าว นาย ส. มีสิทธินำเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาเลือกคำนวณในใบแนบได้หรือไม่
นาย ส. ขายบ้านที่ตนเคยมีชื่ออยู่ในทะเบีย นาย ส. ทำสัญญารับจ้างเหมาทำการขุดแสล็ก บ