นาย ก. ได้รับมรดกที่ดินและบ้านจากมารดา เมื่อปี 2519 ต่อมาปี 2539 นาย ก. ได้แบ่งแยกโฉนดในนามเดิมแล้วขายที่ดินที่แบ่งแยกและบ้านดังกล่าวไปปี 2540 นาย ก. จะต้องเสียภาษีประเภทใด หรือไม่

          1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา               เงินที่ได้รับจากการขายที่ดินและบ้านอันเป็นมรดก เข้าลักษณะเป็นเงินได้ ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร                หากที่ดินและบ้านดังกล่าวตั้งอยู่นอกเขตกรุงเทพฯ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเมือง พัทยา หรือการปกครองท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ จะได้รับยกเว้นเงินได้ส่วนที่ไม่เกิน 200,000 บาท ตลอดปีภาษีนั้น โดยไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 2(17) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509)               สำหรับส่วนที่เกิน 200,000 บาท ให้ผู้ซื้อมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายนำส่งต่อเจ้าพนักงานที่ดินในขณะจดทะเบียน ตามมาตรา 50(5)(ก) และ มาตรา 52 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร และเมื่อถึงกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการ ผู้ขายจะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำเงินได้จากการขายที่ดินดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้ประเภทอื่น ๆ (ถ้ามี) ก็ได้ ตามมาตรา 48(4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร           2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ               การแบ่งแยกที่ดินอันเป็นมรดกในนามเดิม ไม่ถือว่าเป็นการ “ขาย” ตามคำนิยามในมาตรา 91/1(4) แห่งประมวลรัษฎากร การนับจำนวนปีที่ได้มาของที่ดิน ต้องนับตามกำหนดเวลาที่ได้มา แต่เดิมคือปี 2519 เมื่อขายที่ดินพร้อมบ้านในปี 2540 จึงเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้กระทำเกิน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ไม่ถือเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นทางค้าหรือหากำไร ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/2(6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ มาตรา 3(6) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 244) พ.ศ.2534 
นาย ก. ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้ออาคา นาย ก. ได้รับมอบหมายจากบริษัท ข. ให้คุมค