นาย ก. ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้ออาคารชุดในปี 2549 จึงร้องเรียนคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคให้ดำเนินคดีแพ่งกับบริษัทผู้ขายอาคารชุด และศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับ นาย ก. ในปี 2552 เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยดังกล่าวมีภาระภาษีอย่างไรบ้าง

          1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา               (1) เงินต้นที่ได้รับตามคำพิพากษาศาลเป็นเงินที่ได้รับคืนมาจากการซื้ออาคารชุดดังกล่าว โดยมิได้เป็นการขาย ไม่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา               (2) ดอกเบี้ยถือว่าเป็นเงินที่ได้รับเนื่องมาจากมูลหนี้สัญญา ไม่ใช่มูลหนี้ละเมิด ดอกเบี้ยจึงมิใช่เงินได้พึงประเมินประเภทค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดที่จะได้รับยกเว้นภาษี ตามมาตรา 42(13) แห่งประมวลรัษฎากร แต่เป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทอื่นๆ ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยหักค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงและสมควร            2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย               (1) เมื่อเงินต้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย               (2) ดอกเบี้ยไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่าย​
นาย ก. ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนโอนคืนที่ดินต นาย ก. ได้รับมรดกที่ดินและบ้านจากมารดา เ