นาย ก. ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต กำหนดเวลา 10 ปี กับบริษัทผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 และวันที่ 1 เมษายน 2552 และมีเงื่อนไขจะได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์เป็นรายปี ต่อมา ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวจากกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ฉบับที่ 2 เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี และเมื่อรวมกันแล้วเกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี นาย ก. จะต้องนำเงินได้ที่ได้รับทั้งหมดไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร

          1. ผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์ที่ได้รับจากกรมธรรม์ประกันชีวิต มิได้เป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้เอาประกันภัยได้รับเงินได้ดังกล่าวทั้งกรณีที่ผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์เกิน และไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี ไม่ต้องนำมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา           2. สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป  การใช้สิทธิลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิต ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท และส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 90,000 บาท ตามมาตรา 47(1)(ง) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(61) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509)  ผู้มีเงินได้จะต้องได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี ตามข้อ 2(2)(ก) ของประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) ดังนั้น เมื่อ นาย ก. ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนฯ จากกรมธรรม์ประกันชีวิต ฉบับที่ 2 เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี และเมื่อรวมกับผลประโยชน์ตอบแทนฯ จากกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับแรกแล้วเกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี นาย ก. สามารถใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้ สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตฉบับแรกเท่านั้น นาย ก. ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมปรับปรุงค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตเกินไป เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมของปีภาษีนั้น พร้อมเงินเพิ่ม ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ตามข้อ 5 ของประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172)
นาย ก. ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต กำหนดเวลา 10 ปี กับบริษัทผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 และวันที่ 1 เมษายน 2552 และมีเงื่อนไขจะได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์เป็นรายปี ต่อมา ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวจากกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ฉบับที่ 2 เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี และเมื่อรวมกันแล้วเกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี นาย ก. จะต้องนำเงินได้ที่ได้รับทั้งหมดไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร
นาย ก. ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต กำหนดเวลา 1 นาย ก. ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต มูลค่า 200,