นางสาว ก. รับราชการเป็นพยาบาลสังกัดโรงพยาบาลของราชการ และได้ใช้เวลาว่าง จากการปฏิบัติงานประจำไปทำงานให้แก่โรงพยาบาลของเอกชน โดยได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนชั่วโมง และจำนวนครั้งที่ปฏิบัติงาน ไม่มีการประกันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน ค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด และหักค่าใช้จ่ายได้อย่างไร

          เป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องคำนวณหักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราร้อยละ 40 แต่ต้องไม่เกิน 60,000 บาท ตามมาตรา 42 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากค่าตอบแทนที่โรงพยาบาลเอกชนจ่ายให้ นางสาว ก. โดยคำนวณจากการปฏิบัติงานตามจำนวนชั่วโมง และจำนวนครั้งที่ปฏิบัติงานเข้าลักษณะเป็นผลตอบแทนแรงงาน ถือเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่ที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าหน้าที่หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว และผู้ว่าจ้างตกลงที่จะจ่ายค่าตอบแทนเพื่อผลสำเร็จของงาน                    ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีภาษี 2560 สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร   หักค่าใช้จ่ายได้ในอัตราร้อยละ 50 แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 42 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ.2560
นางสาว ก. รับราชการเป็นพยาบาลสังกัดโรงพยาบาลของราชการ และได้ใช้เวลาว่าง จากการปฏิบัติงานประจำไปทำงานให้แก่โรงพยาบาลของเอกชน โดยได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนชั่วโมง และจำนวนครั้งที่ปฏิบัติงาน ไม่มีการประกันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน ค่าตอบแทนดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทใด และหักค่าใช้จ่ายได้อย่างไร
นางสาว ก. รับราชการเป็นพยาบาล และใช้เวลา นางสาว ก. และผู้จัดการมรดกได้ทำการจดทะเบ