นางสาว ก. รับราชการเป็นพยาบาล และใช้เวลาว่างจากงานประจำไปทำงานให้แก่โรงพยาบาลของเอกชน ลักษณะการทำงานคือ ฉีดยา ให้น้ำเกลือ ให้เลือด ให้ยา ให้การพยาบาลผู้ป่วยและปฏิบัติงานตามคำสั่งของแพทย์ ซึ่งพยาบาลที่จะปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ในสาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ โดยได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนชั่วโมงและจำนวนครั้งที่ปฏิบัติงาน ไม่มีการประกันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน นางสาว ก. เห็นว่าเงินค่าตอบแทนที่ได้รับจากโรงพยาบาลเอกชนเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลปะ ตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ถูกต้องหรือไม่

          ตามข้อเท็จจริง นางสาว ก. มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2479 สาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ ตามพระราชบัญญัติการควบคุมการประกอบโรคศิลป จึงถือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ตามมาตรา 4 และมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติ พ.ศ.2528 แต่ ค่าตอบแทนที่โรงพยาบาลเอกชนจ่ายให้ นางสาว ก. โดยคำนวณจากการปฏิบัติงานตามจำนวนชั่วโมงและจำนวนครั้งที่ปฏิบัติงานเข้าลักษณะเป็นผลตอบแทนแรงงาน ถือเป็นเงินได้เนื่องจากหน้าที่ที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าหน้าที่หรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว ตาม มาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องคำนวณหักค่าใช้จ่าย ตาม มาตรา 42 ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร  (แก้ไขเพิ่มเติมโดย มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 44) พ.ศ.2560 ใช้สำหรับปีภาษี 2560 เป็นต้นไป) มิใช่เงินได้จากวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลปะ ตาม มาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร
นางสาว ก. รับราชการเป็นพยาบาล และใช้เวลาว่างจากงานประจำไปทำงานให้แก่โรงพยาบาลของเอกชน ลักษณะการทำงานคือ ฉีดยา ให้น้ำเกลือ ให้เลือด ให้ยา ให้การพยาบาลผู้ป่วยและปฏิบัติงานตามคำสั่งของแพทย์ ซึ่งพยาบาลที่จะปฏิบัติหน้าที่นี้ได้ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ในสาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ โดยได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนชั่วโมงและจำนวนครั้งที่ปฏิบัติงาน ไม่มีการประกันรายได้ขั้นต่ำต่อเดือน นางสาว ก. เห็นว่าเงินค่าตอบแทนที่ได้รับจากโรงพยาบาลเอกชนเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระ การประกอบโรคศิลปะ ตามมาตรา 40(6) แห่งประมวลรัษฎากร ถูกต้องหรือไม่
นางลินดา มีเงินได้ค่าตอบแทนจากการรับทำงา นางสาว ก. รับราชการเป็นพยาบาลสังกัดโรงพย