กรณีบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถึงแก่ความตายแล้ว ผู้ครอบครองมรดกไม่ดำเนินการต่อไป สินค้าคงเหลือ และทรัพย์สินของกิจการจะต้องทำอย่างไร

          1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม               กรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย ให้ถือว่าความเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนสิ้นสุดลง (เลิกกิจการ) และให้ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายมีสิทธิในการประกอบกิจการต่อไปได้อีกไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถึงแก่ความตาย แต่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทราบถึงความตายของผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเร็วที่สุด  หากผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจการของผู้ตายไม่ใช้สิทธิในการดำเนินกิจการ ให้ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกดังกล่าวคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ตาย ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ ตามมาตรา 85/16 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 1(10) ของประกาศอธิบดีฯ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 131)               ทั้งนี้  กรณีบุคคลธรรมดาเลิกประกอบกิจการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.09)  พร้อมทั้งคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ภายใน 15 วัน นับแต่วันเลิกประกอบกิจการ ตามมาตรา 85/15 แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสินค้าคงเหลือ และทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันที่เลิกกิจการ ตามมาตรา 77/1(8)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับ ข้อ 9 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ.2534)                ดังนั้น  ผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ไม่ประกอบกิจการต่อไป  มีหน้าที่นำสินค้าคงเหลือ และทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันที่เลิกกิจการมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม                หมายเหตุ  กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ได้ประกอบกิจการ เนื่องจากเสียชีวิตและไม่มีทายาทดำเนินการต่อ โดยมิได้ยื่นแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนมูลค่าเพิ่มโดยไม่มีเหตุอันควร  จะถูกเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/17 แห่งประมวลรัษฎากร  ประกอบกับ ข้อ 20.1 ของระเบียบกรมสรรพากรว่าด้วยการปฏิบัติงานกรรมวิธีแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม พ.ศ.2551           2. อากรแสตมป์               (1) กรณีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถึงแก่ความตาย เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ ต้องเสียอากรแสตมป์ ตามลักษณะตราสาร 28.(ข) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์                (2) กรณีทรัพย์สินอื่น และสินค้าคงเหลือ ที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ณ วันเลิกกิจการ เมื่อมีการรับเงินหรือชำระราคาจากการขายดังกล่าว  ให้ผู้รับชำระราคาต้องออกใบรับ ตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร           3. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา               สำหรับสินค้าคงเหลือ และทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการนั้น  เมื่อมีการขายจริง ต้องถือเป็นการขาย ตามคำนิยามในมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่ได้รับตามเกณฑ์เงินสด  ถ้าได้รับเงินได้ในปีที่ผู้มีเงินได้พึงประเมินถึงแก่ความตาย ให้ยื่นแบบฯ ในนามของผู้ตาย  แต่ถ้าได้รับเงินได้ในปีถัดจากปีภาษีที่ผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตาย ให้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในนามกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง กรณีกองมรดกนั้นยังไม่ได้แบ่งให้แก่ทายาท                 ทั้งนี้  สินค้าคงเหลือ และทรัพย์สินที่มีไว้ในการประกอบกิจการ ซึ่งมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ไม่ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42(9) แห่งประมวลรัษฎากร  โดยให้ผู้จัดการมรดก หรือทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก แล้วแต่กรณี มีหน้าที่ยื่นรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 57 ทวิ วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร
กรณีบุคคลธรรมดาจ่ายค่าซื้ออสังหาริมทรัพย กรณีบุคคลธรรมดาประกอบกิจการจดทะเบียนภาษี