บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน มีกำหนดเวลา 8 ปี นับจากวันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ และได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติมีกำหนด 5 ปี นับจากวันที่พ้นกำหนดระยะเวลา ตามมาตรา 31 และมาตรา 35(2) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 บริษัทจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในกรณีที่ได้รับชำระราคาค่าสินค้าเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 หรือไม่

เมื่อพ้นกำหนดเวลาส่งเสริมการลงทุน ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย

M จะปิดกิจการในวันที่ 1 มิถุนายน 2549 โดยพนักงานจะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงขอทราบว่า กรณีพนักงานอายุระหว่าง 58 - 59 ปี มีอายุงานเกินกว่า 20 ปี และเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมาแล้ว 15 ปี ไม่สามารถทำงานจนครบเกษียณอายุตามหลักเกณฑ์ของ M ได้ เนื่องจาก M ปิดกิจการและปิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานดังกล่าว จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่พนักงานได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่อออกจากงานเพราะเกษียณอายุ โดยมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์หรือไม่

เงินที่ได้รับจากการเลิกจ้าง กรณีปิดกิจการและปิดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีข้อกำหนดให้พนักงานพ้นจากตำแหน่งได้เมื่อพนักงานมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ต่อมา ททท. มีโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ปี 2548-2550 โดยกำหนดให้พนักงานที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีอายุงานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เป็นผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ นาย อ. เป็นพนักงาน ททท. ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2520 มีอายุ 58 ปี และเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเกินกว่า 5 ปี ได้รับอนุมัติให้เกษียณอายุก่อนกำหนด และได้รับเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นาย อ. จะต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่

เงินก้อนที่พนักงาน ททท. ได้รับจากการเกษียณอายุก่อนกำหนด ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

นาย ก. ทำกรมธรรม์ประกันชีวิต กำหนดเวลา 10 ปี กับบริษัทผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 และวันที่ 1 เมษายน 2552 และมีเงื่อนไขจะได้รับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์เป็นรายปี ต่อมา ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวจากกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ฉบับที่ 2 เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี และเมื่อรวมกันแล้วเกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี นาย ก. จะต้องนำเงินได้ที่ได้รับทั้งหมดไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร

ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนคืนในระหว่างอายุกรมธรรม์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ทำตั้งแต่ 1 มกราคม 2552 หลายฉบับ เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิต

บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) ได้นำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ใหม่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2548 โดยมีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทจะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 โดยเสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 ใช่หรือไม่

การลดอัตราภาษีเงินได้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 กรณีจดทะเบียนระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี

ในปี 2554 นาย ก มีเงินได้ทั้งปี จำนวน 1,280,000 บาท จ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 143,500 บาท จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 128,000 บาท และจ่ายเงินซื้อหน่วยลงทุน RMF จำนวน 121,000 บาท สมรสกับนาง ข มีเงินได้ทั้งปี 1,100,000 บาท ซึ่งได้จ่ายเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ 140,000 บาท จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 120,000 บาท และจ่ายค่าซื้อหน่วยลงทุน RMF จำนวน 100,000 บาท นาง ข ใช้สิทธิแยกยื่นเสียภาษี นาย ก และนาง ข สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปหักลดหย่อนได้เท่าไหร่

ตัวอย่างการคำนวณเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ กรณีสามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และต่างฝ่ายต่างซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ

My Portfolio

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี