บริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ในขณะเดียวกัน บริษัทก็มีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 หากบริษัทเลือกใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2551จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 แล้ว จึงใช้สิทธิตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 467) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 การใช้สิทธิดังกล่าว บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ถูกต้องหรือไม่

ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 460) และ (ฉบับที่ 467)

บริษัทเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซื้อบุหรี่ต่างประเทศจากบริษัท ฟ. เพื่อขาย ต่อมากรมสรรพสามิตออกประกาศกำหนดราคายาสูบที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรฉบับใหม่และยกเลิกประกาศฉบับเดิม โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2550 เป็นต้นไป แต่เนื่องจากระบบการออกใบกำกับภาษีด้วยคอมพิวเตอร์ไม่สามารถแก้ไขให้ทันกับการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามราคาขายปลีกที่กรมสรรพสามิตประกาศกำหนดใหม่ได้ บริษัท ฟ. จึงคำนวณจากฐานราคาขายปลีกตามประกาศกรมสรรพสามิตฉบับเดิม และออกใบกำกับภาษีขายตามราคาขายปลีกดังกล่าวจนกว่าจะแก้ไขระบบเสร็จ โดยจะออกใบลดหนี้ให้ภายหลังได้หรือไม่

แก้ไขระบบการออกใบกำกับภาษีด้วยคอมพิวเตอร์ไม่ทัน มิใช่เหตุที่จะออกใบลดหนี้

บริษัท ท. เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ มีสำนักงานสาขาตั้งอยู่กรุงเทพมหานคร โดยบริษัท A เป็นเจ้าของอาคารที่ตั้งของสำนักงานสาขาดังกล่าว ต่อมา วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 บริษัท A ได้รับคำสั่งจากสำนักงานเขตให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขอาคาร เนื่องจากอาคารมีสภาพที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน โดยให้ดำเนินการปรับปรุงภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง บริษัท A ได้ปิดอาคารดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นต้นไป ซึ่งในวันดังกล่าว บริษัทย้ายสำนักงานสาขาไปนนทบุรี โดยบริษัทได้ยื่นคำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ธ.09) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด บริษัทขอยกเว้นค่าปรับอาญากรณีความผิดดังกล่าวได้หรือไม่

ขอยกเว้นค่าปรับอาญา เนื่องจากยื่นแบบ ภ.ธ.09 เกินกำหนดเวลา

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีข้อกำหนดให้พนักงานพ้นจากตำแหน่งได้เมื่อพนักงานมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ต่อมา ททท. มีโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ปี 2548-2550 โดยกำหนดให้พนักงานที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และมีอายุงานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เป็นผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ นาย อ. เป็นพนักงาน ททท. ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2520 มีอายุ 58 ปี และเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเกินกว่า 5 ปี ได้รับอนุมัติให้เกษียณอายุก่อนกำหนด และได้รับเงินได้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นาย อ. จะต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่

เงินก้อนที่พนักงาน ททท. ได้รับจากการเกษียณอายุก่อนกำหนด ไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

บริษัทเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในฮ่องกง ซึ่งเป็นสำนักงานสาขาในไทย ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม โดยประกอบธุรกิจให้บริการติดตั้งเกี่ยวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม บริษัทได้รับอนุมัติมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มล่วงหน้าจากกรมสรรพากร ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม บริษัทได้ทำสัญญาให้บริการกับบริษัท ท จำกัด ในไทย โดยบริษัทได้ชำระอากรแสตมป์ และในวันที่ 9 สิงหาคม บริษัทได้รับเงินมัดจำ โดยบริษัท ท จำกัด หักภาษี ณ ที่จ่าย และนำส่งไว้แล้ว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทสามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย มาใช้เป็นเครดิตภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 29 สิงหาคม ถึง 31 ธันวาคม ได้หรือไม่

บริษัทจดทะเบียนในต่างประเทศนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เกิดขึ้นก่อนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นเครดิตภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 ได้

การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้ตามข้อ 2(6) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2551 มีผลใช้บังคับตั้งแต่เมื่อไร เนื่องจากตามข้อ 2 และข้อ 4 ให้ใช้บังคับสำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ได้เริ่มทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป แต่ข้อ 8 ประกาศนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป

การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามประกาศอธิบดีฯ ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 172)

นาย ก เริ่มทำงานกับบริษัท เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546 และลาออกจากบริษัท ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2551 รวมทั้งลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทจ่ายเงินชดเชยให้แก่นาย ก เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2552 และหักภาษี ณ ที่จ่าย นำส่งกรมสรรพากร ต่อมา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 บริษัทอนุมัติให้นาย ก กลับเข้าทำงานเช่นเดิม โดยนับอายุงานต่อเนื่องจากการเป็นพนักงานคราวแรก แต่นาย ก ไม่สามารถกลับเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพื่อนับอายุต่อเนื่องได้ และให้นาย ก คืนเงินชดเชยที่ได้รับในคราวที่ลาออกจากงานทั้งหมดให้แก่บริษัท นาย ก จะต้องยื่นแบบคำร้องขอคืนภาษีอากร (ค.10) ขอคืนเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ หรือไม่

พนักงานคืนเงินชดเชยที่ออกจากงาน และถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่บริษัท ให้นำมาเป็นเครดิตได้

บริษัท ก. จำกัด (มหาชน) ได้นำหลักทรัพย์มาจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าด้วยการรับหลักทรัพย์จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ใหม่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2548 โดยมีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทจะได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้ตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2548 โดยเสียภาษีในอัตราร้อยละ 20 ของกำไรสุทธิต่อเนื่องกันเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 ใช่หรือไม่

การลดอัตราภาษีเงินได้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 387) พ.ศ.2544 กรณีจดทะเบียนระหว่างรอบระยะเวลาบัญชี

My Portfolio

รับทำบัญชี นนทบุรี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี นนทบุรี

รับทำบัญชี ปทุมธานี

Posted 45 minutes ago

รับทำบัญชี ปทุมธานี